Bangpakok Hospital
  • A
  • A
  • A
BPK Hotline

ตรวจการนอนกรน


   
   การนอนไม่หลับหรือการนอนไม่เพียงพอเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆ หลายชนิด รวมทั้งโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคซึมเศร้า ศูนย์ หู คอ จมูก ให้บริการด้านการวินิจฉัยและรักษาอาการผิดปกติที่เกิดจากการนอนหลับ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ หู คอ จมูก ด้านระบบประสาท  โรคการนอนหลับผิดปกตินี้อาจเกิดจากหลายๆ สาเหตุด้วยกัน ดังนั้น ผู้ป่วยจึงจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอาการเป็นรายบุคคลอย่างใกล้ชิด  การตรวจสุขภาพการนอนหลับ (Sleep test) คืออะไร  การตรวจสุขภาพการนอนหลับเป็น การตรวจสำคัญที่ใช้เพื่อวิเคราะห์การทำงานของระบบต่างๆ ของร่างกายระหว่างการนอนหลับ เช่น ระบบการหายใจ ระดับออกซิเจนในเลือด การทำงานของคลื่นไฟฟ้าสมอง คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และกล้ามเนื้อ รวมถึง ศึกษาพฤติกรรมบางอย่างที่เกิดขึ้นขณะหลับด้วย ปัจจุบันถือว่าเป็นการตรวจมาตรฐานสากล (Gold standard) สำหรับการวินิจฉัย โรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่โรคหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive sleep apnea; OSA) รวมถึงการกระตุกของกล้ามเนื้อต่างๆ และพฤติกรรมที่ผิดปกติระหว่างการนอนหลับ เป็นต้น
ผู้ที่ควรตรวจ 
เมื่อไหร่จึงควรรับการตรวจ Sleep test ข้อบ่งชี้ที่สำคัญของการตรวจ Sleep test ได้แก่
  • ผู้ที่มีปัญหานอนกรนดังผิดปกติ หรือมีอาการง่วงนอนกลางวันมากผิดปกติ ทั้งๆ ที่ได้นอนอย่างเพียงพอแล้ว
  • ผู้ที่มีอาการหายใจลำบาก และสงสัยว่าจะมีการหยุดหายใจขณะหลับ
  • ผู้ที่มีพฤติกรรมการนอน ผิดปกติอื่นๆ เช่น นอนแขนขากระตุก นอนกัดฟัน หรือ นอนละเมอ นอนฝันร้าย สะดุ้งตื่นเป็นประจำ เป็นต้น
   โดยผู้รับการตรวจควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านโรคการนอนหลับโดยตรง หรือแพทย์สาขาที่เกี่ยวข้องเช่น หู คอ จมูก, อายุรแพทย์, หรือกุมารแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้ เพื่อสอบถามประวัติ และตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อนและหลังการตรวจ เพื่อพิจารณาทางเลือกในการตรวจและรักษาแบบต่างๆ
ประโยชน์ของการตรวจ Sleep test 
   เป็นการตรวจที่เป็นมาตรฐาน  (Standard investigation) ที่ใช้ในการวินิจฉัยและประเมินระดับความรุนแรงของโรค ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น(Obstructive sleep apnea; OSA) ซึ่งจะมีผลต่อการวางแผนและการตัดสินใจทางเลือกในการรักษา เช่น อาจใช้ในการตั้งค่าความดันลม (Pressure titration) กรณีที่รักษาโรคด้วยเครื่องเป่าความดันลมบวกเพื่อขยายช่องทางเดินหายใจ (Continuous positive airway pressure; CPAP)  หรือพิจารณาเลือกวิธีการผ่าตัดตกแต่งทางเดินหายใจส่วนบนและใช้ติดตามผลการรักษา ตลอดจนช่วยในการวินิจฉัยโรคความผิดปกติอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการนอนได้อีกด้วย
วิธีการตรวจ Sleep test 
   การตรวจสุขภาพการนอนหลับจะเริ่มต้นในช่วงหัวค่ำ (ประมาณ 20.00 น ทั้งนี้ตามความเหมาะสมของแต่ละราย) ก่อนเริ่มการตรวจเจ้าหน้าที่จะอธิบายลักษณะเกี่ยวกับอุปกรณ์ และการปฏิบัติตัวต่างๆ ระหว่างการตรวจ ผู้รับการตรวจจะได้รับการทดลองใส่หน้ากากของเครื่องเป่าความดันลมบวก (CPAP mask)  เพื่อเตรียมพร้อมในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะหยุดหายใจระดับรุนแรง เมื่อผู้ป่วยพร้อมจะเข้านอน เจ้าหน้าที่จะเริ่มทำการติดสายวัดการทำงานระบบต่างๆ ของร่างกาย
  • ตรวจวัดคลื่นสมอง เพื่อวัดความลึกของการนอนหลับ
  • ตรวจวัดการทำงานของกล้ามเนื้อขณะนอนหลับ
  • ตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือดขณะนอนหลับ
  • ตรวจวัดลมหายใจที่ผ่านเข้าออกทางจมูก
  • ตรวจวัดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อทรวงอกและหน้าท้องขณะหายใจ
   ดังนั้น ผู้รับการตรวจจะนอนหลับพร้อมมี สายของ อุปกรณ์ต่างๆ ติดที่บริเวณศีรษะ ใบหน้า คาง หน้าอกและขาทั้ง 2 ข้าง โดยจะมีเจ้าหน้าที่จะอยู่ในห้องควบคุมภายนอกห้องนอนของผู้รับการตรวจ ซึ่งจะดูแลระหว่างการตรวจอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน
ผู้มารับบริการควรเตรียมตัวก่อนมาตรวจ
  1. เตรียมเสื้อผ้าสำหรับใส่นอนมาด้วย
  2. นำผ้าหรืออุปกรณ์ที่ใช้จนเคยชินหรือจำเป็นต้องใช้ขณะหลับ และช่วยให้ผู้มารับการตรวจหลับได้ดี เช่น หนังสือสำหรับอ่านก่อนนอน หมอนใบเล็กสำหรับกอด ผ้าห่มที่ใช้ประจำ ผ้าปิดตา เป็นต้น
  3. หากมียาที่ต้องรับประทานประจำ เช่น ยาควบคุมความดัน ยารักษาโรคอื่นๆ ที่ทานอยู่ให้ทานได้ตามปกติ กรุณานำยามาด้วยในวันตรวจ
  4. รับประทานอาหารเย็นได้ตามปกติ
  5. ห้ามดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก่อนมารับการตรวจหรือนอน เพราะจะทำให้คุณภาพการนอนหลับผิดปกติไป
  6. ห้ามรับประทานยาระบายหรือยาถ่าย เพราะจะทำให้การตรวจไม่ต่อเนื่อง
  7. ห้ามรับประทานยานอนหลับ เพราะจะทำให้คุณภาพการนอนหลับไม่เป็นไปตามปกติ ยกเว้นในรายที่แพทย์อนุญาต หรือจัดยาให้รับประทานก่อนทำการตรวจ ทั้งนี้ ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำการตรวจรับทราบด้วย
  8. ควรสระผมให้สะอาด และห้ามใช้น้ำมันหรือครีมใดๆ ทาที่ศีรษะ เพราะการติดอุปกรณ์ จะต้องติดบริเวณหนังศีรษะที่ไม่มีไขมัน เพื่อให้สัญญาณกราฟคมชัดและสามารถอ่านผลได้อย่างถูกต้อง
  9. ห้ามทาแป้ง ครีม โลชั่น บริเวณ คอ แขน ขา เพื่อให้อุปกรณ์ติดอยู่ได้ตลอดคืน
  10. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ในคืนที่ตรวจ
อัตราค่าบริการ
   ราคาโปรแกรม : 9,900 บาท (ถึง 31 ธันวาคม 2560)
***ราคาโปรแกรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า***
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  กรณีต้องตรวจวัดความง่วงนอน (Multiple Sleep Latency Test, MSLT) และการตื่นตัว (Maintenance Wakefulness Test, MWT) ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับการสังเกตพฤติกรรมการนอน ความง่วงและการตื่นตัว ในผู้ป่วยที่มีปัญหา ง่วงนอนกลางวัน หลับโดยควบคุมสติไม่ได้ หลับใน ฝันกลางวัน  แขนขาอ่อนแรงขณะง่วงนอน ตื่นนอนแล้วขยับแขนขาไม่ได้ ผู้ป่วยจะได้รับการติดเครื่องตรวจวัดสภาพการนอน เพื่อสังเกตอาการในห้องตรวจสภาพการนอน (Sleep Lab) ทั้งคืนและตรวจวัดความง่วงหรือการตื่นตัวในวันต่อมาทั้งวัน โดยเวลาที่เตรียมพร้อมและเวลาที่สังเกตสภาพการนอน จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก 9,900 บาท 
*** หมายเหตุ : ค่าบริการแบบเหมาจ่ายไม่สามารถใช้ร่วมกับการส่งเก็บบริษัทคู่สัญญา บริษัทประกัน รวมถึงส่วนลดในฐานะบริษัทคู่สัญญา บริษัทประกันและสิทธิพิเศษอื่นๆ
การนัดหมายตรวจการนอนหลับ
   จะต้องมีการติดต่อเพื่อนัดหมายตรวจการนอนหลับจากทางโรงพยาบาลล่วงหน้า หากต้องการยกเลิกกรุณาแจ้งให้โรงพยาบาลทราบล่วงหน้าก่อนเวลานัดทดสอบ 24 ชั่วโมง  หากไม่มีการยืนยันการนัดหมายจากลูกค้าภายใน 24 ชั่วโมงก่อนเวลานัด ทางโรงพยาบาลฯขอสงวนสิทธิ์ ทำการยกเลิกอัตโนมัติในการนัดทดสอบของลูกค้า และเสนอเวลาการนัดตรวจการนอนหลับต่อลูกค้าท่านอื่นที่ประสงค์จะตรวจต่อไป ราคาโปรแกรมไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากรายการดังกล่าว และค่าแพทย์ที่ปรึกษาก่อนการทำ Test
วันเวลาทำการ
ทุกวันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08:00 - 17:00 น. 
ศูนย์นิทรรักษ์ ชั้น 2  โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล
ติดต่อสอบถาม
โทรศัพท์ : 02–109–9111 ต่อ 10225
โทรสาร : 02–877–2222, Call Center : 1745
Go to top
Copyright © 2015 Bangpakok Hospital All rights reserved.