Bangpakok Hospital
  • A
  • A
  • A
BPK Hotline

เทคโนโลยี “ใส่รากฟันเทียม”

17 มี.ค. 2558


การฝังรากเทียมคืออะไร

   การฝังรากเทียม คือ การผ่าตัดฝังรากเทียมซึ่งเป็นวัสดุทดแทนรากฟันทำจากไททาเนียม ฝังลงในกระดูกบริเวณที่มีการสูญเสียฟันไป
รากเทียมเหมาะกับใคร?
   การทดแทนฟันด้วยรากเทียมเหมาะกับผู้ป่วยทุกคนที่มีการสูญเสียฟันไป แล้วต้องการ การใส่ฟันทดแทนแบบติดแน่น ในอดีตการใส่ฟันแบบติดแน่นจะสามารถทำได้โดยการทำสะพานฟัน ซึ่งจะต้องมีการกรอฟันซี่ข้างเคียงเพื่อเป็นฟันหลักให้แก่สะพานฟันที่จะใส่ทดแทน
ประเภทของการทดแทนฟันด้วยรากเทียม    
   รากเทียมสามารถทำได้ตั้งแต่การทดแทนฟันซี่เดียว หลายซี่ ไปจนถึงการทดแทนฟันที่ถูกถอนไปทั้งปาก นอกจากนี้แล้วรากเทียมยังสามารถใช้ในกรณีช่วยรองรับ และยึดฟันปลอมถอดได้อีกด้วย

ข้อดีของการทำรากเทียม    
   ข้อดีหลักของรากเทียมคือ เป็นการรักษาเพื่อทดแทนฟันที่ถอนไป โดยจะไม่มีการสูญเสียเนื้อฟันธรรมชาติของฟันข้างเคียง โดยเป็นการทดแทนฟันที่ประสิทธิภาพการใช้งาน และให้ความสวยงามใกล้เคียงฟันธรรมชาติ นอกจากนี้แล้วยังช่วยรักษากระดูกบริเวณที่ถอนฟันไป ไม่ให้มีการละลายยุบตัวลง ในกรณีที่ทำเป็นฐานฟันปลอมชนิดถอดได้ รากเทียมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานและการยึดติดของฟันปลอมในช่องปาก

ข้อเสียของการทำรากเทียม    
   สิ่งที่นับว่าเป็นข้อเสียสำหรับผู้ป่วยในการทำรากเทียมมากที่สุด คือ ผู้ป่วยจะต้องได้รับการผ่าตัด และระยะเวลาการรักษา ทั้งนี้การทดแทนฟันด้วยวิธีอื่น ไม่ว่าจะเป็นฟันปลอมถอดได้ หรือสะพานฟัน จะสามารถทำได้โดยไม่ต้องมีการผ่าตัด แต่การใส่ฟันด้วยรากเทียมจะต้องมีการขั้นตอนของการผ่าตัดเพื่อฝังรากเทียม อย่างไรก็ตามการผ่าตัดนี้ถือเป็นการผ่าตัดเล็กเทียบเท่าได้กับการผ่าฟันคุดเท่านั้น

ส่วนเรื่องของระยะเวลาการรักษาจะใช้เวลานานกว่าการใส่ฟันวิธีอื่นๆเนื่องจากหลังจากการฝังรากเทียมจะต้องมีการรอให้กระดูกมายึดติดกับตัวรากเทียมก่อน เป็นเวลา 2-3 เดือนแล้วจึงจะกลับมาทำในส่วนของครอบฟัน
ขั้นตอนการรักษา
   ขั้นตอนการรักษาคร่าวๆ เริ่มการตรวจภายในช่องปากและการถ่ายภาพรังสีเพื่อประเมินปริมาณกระดูกที่มีอยู่ว่ามีมากพอสำหรับการใส่รากเทียมหรือไม่ หากผู้ป่วยมีกระดูกไม่มากพอก็อาจจะต้องมีขั้นตอนการปลูกกระดูกเพิ่มเติมขึ้นมา
   ขั้นตอนต่อมาคือการฝังรากเทียม จากนั้นจึงทำการพิมพ์ปากเพื่อทำครอบฟันหลังจากที่ฝังรากเทียมไป 2-3 เดือน เมื่อทำการใส่ครอบฟันแล้ว ผู้ป่วยก็จะได้รับการนัดเพื่อการตรวจเช็คเป็นประจำทุก 6 เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่แนะนำให้ผู้ป่วยมารับการตรวจเช็คฟันและขูดหินปูนเป็นประจำอยู่แล้ว
รากเทียมจะอยู่ได้นานหรือไม่
   หากผู้ป่วยทำการดูแลสุขภาพช่องปากเป็นอย่างดี มีการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี รวมถึงกลับมาทำการตรวจเช็คกับทันตแพทย์สม่ำเสมอ รากเทียมที่ทำการยึดกับกระดูกแล้วจะสามารถใช้งานได้นานมากกว่า 10 ปีขึ้นไป ตราบใดที่รากเทียมยังคงยึดอยู่ในกระดูก
 
สนับสนุนข้อมูลโดย :
ทพญ.นวภัทร์ ศากรวิมล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันตกรรมบูรณะเพื่อความสวยงาม และทันตกรรมรากเทียม

โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล โทรศัพท์ 1745 

Go to top
Copyright © 2015 Bangpakok Hospital All rights reserved.