Bangpakok Hospital
  • A
  • A
  • A
BPK Hotline

พัฒนาการสมวัย ในเด็กและวัยรุ่น

9 เม.ย. 2558

     

   คำว่า ลูก สำหรับคุณพ่อคุณแม่แล้ว เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต ทุกๆครอบครัวคาดหวังที่จะให้ลูกแข็งแรงทั้งทางร่างกาย และมีความฉลาดที่สมวัย IQ และ EQ ที่ดี ซึ่งการได้มาทั้ง 2 สิ่งนี้นอกจากจะเกิดจากความสามารถของตัวเด็กเองแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันอีกอย่างคือ การเลี้ยงดู นั่นเอง

  ในปี 2554 ที่กระทรวงสาธารณสุขได้เผยแพร่ตัวเลข IQ ของคนไทยในปัจจุบันว่า ค่าเฉลี่ย IQ ของเด็กไทยต่ำกว่ามาตรฐาน และพบเด็กที่สติปัญญาบกพร่องมากกว่าปกติถึง 3 - 4 เท่าในขณะที่ EQ ของเด็กไทยก็ต่ำกว่าค่ามาตรฐานเช่นกัน แล้วเราพอจะมีทางป้องกันและแก้ไขให้เด็กๆของเรามี IQ และ EQ ที่ดีหรือไม่
   จากการศึกษาของกรมสุขภาพจิตพบว่า ปัญหา IQ และ EQ ต่ำกว่ามาตรฐานนั้น สาเหตุหลักเกิดมาจากการที่ประเทศของเราละเลยปัญหาจิตเวชในเด็กนั่นเอง ตั้งแต่ปฐมวัยเราขาดการดูแลพัฒนาการอย่างเหมาะสมให้กับเด็กซึ่งในวัย 0-5 ปีนี้ถือเป็น golden period ที่จะพัฒนาสติปัญญาของเด็ก พอเด็กโตขึ้นมาเข้าสู่วัยเรียน เราก็ละเลยการดูแลเด็กในปัญหาการเรียน อารมณ์สังคมและพฤติกรรม ซึ่งพบว่า จากการสำรวจเด็กชั้น ป.1 ใน 20 โรงเรียน พบเด็กเกือบครึ่งที่มีปัญหาทางจิตเวช โดยพบ ภาวะแอลดี ภาวะสมาธิสั้น ภาวะเรียนรู้ช้า และภาวะออทิสติก เป็น 4 อันดับแรกตามลำดับ จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นว่า ปัญหาทางจิตเวชเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการพัฒนา IQ และ EQ อย่างไม่ต้องสงสัย
โรคทางจิตเวชในเด็กอาจจะเป็นคำที่ดูน่ากลัวรุนแรง 
  แต่ถ้าเราเรียกโรคทางกายว่า คือ ความไม่สบายของร่างกาย โรคทางจิตเวช ก็คือ ความไม่สบายทางด้านจิตใจ ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นเราจะมีกลไกตามธรรมชาติที่จะขจัดความไม่สบายใจ นั้นออกไปด้วยวิธีต่างๆกัน เช่น คิดแง่บวก แก้ไขปัญหา หาคนปรึกษาช่วยเหลือ เด็กเองก็เช่นกัน มีโอกาสที่เด็กจะรู้สึกเครียด ไม่สบายใจได้ แต่เนื่องจากเด็กส่วนมากไม่ได้มีทักษะการจัดการกับความเครียดที่ดี จึงทำให้มีแนวโน้มจะจัดการไม่ได้ เกิดความเครียด ไม่สบายใจสะสม จนแสดงออกมาในรูปแบบต่างๆกันได้ง่าย เช่น ซึมเศร้า, เกเรก้าวร้าว, ซน, ไม่นิ่ง, เหม่อ หรืออาจจะร้ายแรงถึงหูแว่ว ภาพหลอน ท้ายสุดจึงส่งผลกระทบที่แสดงออกให้เห็น เช่น ไม่สามารถทำตามหน้าที่การงาน การเรียน ชีวิตประจำวันของตัวเองได้ ปัญหาเหล่านี้ เป็นหน้าที่ของจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่จะเป็นผู้ช่วยเหลือให้เด็กสามารถเข้าใจ และจัดการกับความเครียดได้ การมาพบจิตแพทย์เด็กก็เหมือนการฉีดวัคซีนคุ้มกันโรคทางจิตเวช เพราะหมอจะแนะนำวิธีจัดการปัญหา วางแผนแก้ไขและช่วยเหลือเด็กจนกระทั่ง สามารถจัดการกับความเครียดหรือปัญหาของตนเองได้ และเมื่อนั้นหากพบปัญหาเดียวกันอีก ถึงตอนนั้นเด็กก็จะสามารถจัดการได้เอง  
  “ในเด็กนั้นมีข้อจำกัดหลายๆอย่างในการที่เค้าจะเข้าใจตัวเองครับ ทำให้บางครั้งเค้าอาจอธิบายออกมาไม่ได้ว่านี่เค้ากำลังเครียดอยู่ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถ สังเกตได้ง่ายๆว่า ถ้าลูกของท่านเริ่มมีปัญหา การใช้ชีวิต การเรียน การอยู่กับคนอื่นๆ ที่แย่ลง นั้นเป็นเหมือนสัญญาณเตือนว่า จำเป็นที่เราจะต้องช่วยเค้าเพื่อให้หลุดพ้นจากความไม่สบายทางจิตใจ เพื่อให้เค้ากลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติครับ” นพ.ชัยวัฒน์ พานทอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านจิตแพทย์เด็ก และวัยรุ่น ศูนย์ bSmart Center กล่าว

สนับสนุนข้อมูลโดย :
นพ.ชัยวัฒน์ พานทอง
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น 

โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. Call Center 1745

Go to top
Copyright © 2015 Bangpakok Hospital All rights reserved.